
จัดทำโดย : น.ส.นิรมล วัฒนพฤกษ์ เลขทะเบียน 48210133
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า ฝ่ายจัดการของบริษัทการบินไทย จะเสนอแผนการแก้ไขปัญหาของบริษัทให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่พิจารณา ซึ่งในแผนจะต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะแผนการแก้ปัญหาทางการเงินระยะสั้น รวมทั้งแผนการลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ในอนาคต เพราะธุรกิจการบินมีการแข่งขันสูงทำให้บริษัทต้องปรับตัวเพื่อรองรับ
“ยังตอบไม่ได้ว่าจะต้องเข้าไปช่วยเหลือเรื่องเงินกู้หรือการค้ำประกันให้กับบริษัทหรือไม่ต้องรอดูแผนการแก้ไขปัญหาที่บริษัทเสนอมาก่อน ซึ่งแผนต้องชัดเจนว่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการบินและคนเดินทางที่จะลดลง แผนรองรับก็ต้องชัดเจน เช่น เดิมมีแผนจะซื้อเครื่องบินอาจต้องปรับแผน หรือการขายตั๋วก็ต้องปรับปรุง เท่าที่ดูตัวเลข ผมคิดว่าเขามีช่องทางในการเพิ่มรายได้อีกเยอะ”
นายอารีพงศ์ยังกล่าวว่า แผนแก้ไขปัญหาจะต้องเป็นแผนที่กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินหลายแห่งซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทกว่า 100,000 ล้านบาทต้องเห็นชอบด้วย อย่างไร ก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุน 3 เท่ากว่า ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับธุรกิจเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอยู่ประมาณ 1 เท่ากว่าเท่านั้น ฉะนั้น จะต้องหาเงินทุนระยะยาวมากขึ้น
เมื่อถามว่า กระทรวงการคลังจะต้องเข้าไปค้ำประกันเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัทเพื่อนำร่องให้เกิดความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงินเจ้าหนี้หรือไม่ นายอารีพงศ์กล่าวว่า ไม่มีการนำร่องต้องไปพร้อมๆกันทั้งกระทรวงการคลังและสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางบริษัทยังไม่ได้ ระบุว่าจะขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ ขณะที่มีปัญหาเรื่องการชำระหนี้เงินกู้ระยะสั้น เพราะรายได้ไม่เข้าเป้า แต่ทางบริษัทก็ยังแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ ทั้งนี้ ตามหลักการแล้วกระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันเงินกู้ให้ได้ เพราะถือว่าบริษัทการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ
นายอารีพงศ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้แนวโน้มการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นและราคาน้ำมันเริ่มลดลง ฉะนั้น ปัญหาที่เป็นผลกระทบต่อบริษัทน่าจะลดลง ส่วนศักยภาพของบริษัทนั้นฝ่ายจัดการจะต้องรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาภายใน “ที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทลดลง 20-30% แต่ไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของธุรกิจ แต่โครงสร้างการเงินปัจจุบันอาจไม่เหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจที่เปราะบาง ขณะที่มีการบริหารต้นทุนไม่ทันต่อเหตุการณ์ ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งการประชุมผู้ถือหุ้นเดือน เม.ย.จะมีการปรับปรุงคณะกรรมการบริษัทเพื่อรองรับการแข่งขัน เพราะธุรกิจการบินไทยเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของแหล่งรายได้การท่องเที่ยว”.
ที่มา: http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=122726
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า ฝ่ายจัดการของบริษัทการบินไทย จะเสนอแผนการแก้ไขปัญหาของบริษัทให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่พิจารณา ซึ่งในแผนจะต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะแผนการแก้ปัญหาทางการเงินระยะสั้น รวมทั้งแผนการลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ในอนาคต เพราะธุรกิจการบินมีการแข่งขันสูงทำให้บริษัทต้องปรับตัวเพื่อรองรับ
“ยังตอบไม่ได้ว่าจะต้องเข้าไปช่วยเหลือเรื่องเงินกู้หรือการค้ำประกันให้กับบริษัทหรือไม่ต้องรอดูแผนการแก้ไขปัญหาที่บริษัทเสนอมาก่อน ซึ่งแผนต้องชัดเจนว่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการบินและคนเดินทางที่จะลดลง แผนรองรับก็ต้องชัดเจน เช่น เดิมมีแผนจะซื้อเครื่องบินอาจต้องปรับแผน หรือการขายตั๋วก็ต้องปรับปรุง เท่าที่ดูตัวเลข ผมคิดว่าเขามีช่องทางในการเพิ่มรายได้อีกเยอะ”
นายอารีพงศ์ยังกล่าวว่า แผนแก้ไขปัญหาจะต้องเป็นแผนที่กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินหลายแห่งซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทกว่า 100,000 ล้านบาทต้องเห็นชอบด้วย อย่างไร ก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุน 3 เท่ากว่า ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับธุรกิจเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอยู่ประมาณ 1 เท่ากว่าเท่านั้น ฉะนั้น จะต้องหาเงินทุนระยะยาวมากขึ้น
เมื่อถามว่า กระทรวงการคลังจะต้องเข้าไปค้ำประกันเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัทเพื่อนำร่องให้เกิดความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงินเจ้าหนี้หรือไม่ นายอารีพงศ์กล่าวว่า ไม่มีการนำร่องต้องไปพร้อมๆกันทั้งกระทรวงการคลังและสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางบริษัทยังไม่ได้ ระบุว่าจะขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ ขณะที่มีปัญหาเรื่องการชำระหนี้เงินกู้ระยะสั้น เพราะรายได้ไม่เข้าเป้า แต่ทางบริษัทก็ยังแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ ทั้งนี้ ตามหลักการแล้วกระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันเงินกู้ให้ได้ เพราะถือว่าบริษัทการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ
นายอารีพงศ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้แนวโน้มการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นและราคาน้ำมันเริ่มลดลง ฉะนั้น ปัญหาที่เป็นผลกระทบต่อบริษัทน่าจะลดลง ส่วนศักยภาพของบริษัทนั้นฝ่ายจัดการจะต้องรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาภายใน “ที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทลดลง 20-30% แต่ไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของธุรกิจ แต่โครงสร้างการเงินปัจจุบันอาจไม่เหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจที่เปราะบาง ขณะที่มีการบริหารต้นทุนไม่ทันต่อเหตุการณ์ ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งการประชุมผู้ถือหุ้นเดือน เม.ย.จะมีการปรับปรุงคณะกรรมการบริษัทเพื่อรองรับการแข่งขัน เพราะธุรกิจการบินไทยเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของแหล่งรายได้การท่องเที่ยว”.
ที่มา: http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=122726
คำถามท้ายบทความ
1.ปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุนเท่าไร
2.ปัจจัยใดที่ทำให้ปํญหาที่เป็นผลกระทบของบริษัทลดลง
3.รายได้ของบริษัทลดลงเท่าใด
1.บริษัทมีหนี้สินต่อทุน 3 เท่ากว่า
ตอบลบ2.แนวโน้มการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นและราคาน้ำมันเริ่มลดลง
3.รายได้ของบริษัทลดลง 20-30%
นส.ประภาสิริ ช่วยหนู เลขทะเบียน 4901208043 K.5
1.บริษัทมีหนี้สินต่อทุน 3 เท่ากว่า
ตอบลบ2.แนวโน้มการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นและราคาน้ำมันเริ่มลดลง
3.รายได้ของบริษัทลดลง 20-30%
โดย น.ส.ธัญญพัทธ์ ถิรเศรษฐ์ศิริ 5001103097
1.บริษัทมีหนี้สินต่อทุน 3 เท่ากว่า
ตอบลบ2.แนวโน้มการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นและราคาน้ำมันเริ่มลดลง
3.รายได้ของบริษัทลดลง 20-30%
โดย น.ส. อัจฉรา ขอนเเก้ว 5001103075