วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

“มธ.-นิด้า” แนะสเปกทีม ศก.เน้นมืออาชีพ-รุ่นใหม่หัวก้าวหน้า


จัดทำโดย: นางสาว พรรัตน์ ผ่องเคหา
เลขทะเบียน 48210154

นักวิชาการ มธ.แนะรัฐบาลใหม่ ดึงผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่รู้กลไกทางธุรกิจ เข้ามาช่วยงานด้านเศรษฐกิจ “นิด้า” แนะใช้คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดแบบก้าวหน้ามาช่วยบริหาร เพราะหากเป็นกลุ่มคนหน้าเดิมที่เคยเห็นฝีมือกันแล้วปัญหาก็คงมีอยู่ และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ พร้อมเสนอลด “แวต” ลงเหลือ 3% นาน 1 ปี เพื่อเพิ่มกำลังซื้อ ดีกว่าการลดหย่อนภาษี

วันนี้ (15 ธันวาคม 2551) นายพิภพ อุดร นักวิชาการประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการจัดตั้งทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแกนนำและพรรคร่วมอาจยังไม่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจพอ คงต้องดึงผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถจากภายนอกเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้มีผู้ที่เข้าใจในกลไกทางธุรกิจเข้ามาช่วยบริหาร

นายพิภพ กล่าวว่า สำหรับทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจจะต้องสร้างความเชื่อมั่น เพราะปัญหามีความรุนแรง โดยได้รับผลกระทบจากภายนอก ทั้งปัญหาด้านการท่องเที่ยว และการส่งออก ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยผู้ที่จะเข้ามาช่วยงานต้องเป็นผู้มีความรู้ด้านเศรษฐกิจมหภาค การมีความรู้ด้านการตลาดเพื่อช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว การสร้างภาพลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวกับเข้ามา และการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาสร้างแบรนด์เนมสินค้าของตัวเอง แทนการรับจ้างผลิต การเพิ่มดีไซน์สินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มแทนการขายสินค้าในราคาถูก การถือโอกาสปรับตัวในช่วงนี้จะทำให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งได้

นายวิพุธ อ่องสกุล นักวิชาการประจำคณะบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลควรนำคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดแบบก้าวหน้ามาช่วยบริหาร เพราะจะมีแนวคิดเชิงก้าวหน้า เช่น ปัญหาเงินกู้ของรัฐบาลอาจเต็มเพดานก็อาจมีแนวคิดใหม่ ๆ มาปรับใช้ เพราะเศรษฐกิจเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติม เพราะหากเป็นกลุ่มคนหน้าเดิมที่เคยเห็นฝีมือกันแล้วปัญหาก็คงมีอยู่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ซึ่งการกู้เงินเพื่อนำมาก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคจะสร้างประโยชน์ในระยะยาวกว่าการช่วยเหลือระยะสั้น เนื่องจากจะก่อให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้เข้าสู่ระบบมากขึ้น

นอกจากนี้ นายวิพุธ ยังเสนอให้รัฐบาลปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 3 เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้ประชาชนมีกำลังซื้อและเกิดการใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มปรับขึ้น หรือลดลงจะมีผลต่อการใช้จ่าย ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง ขณะที่เห็นว่าการลดหย่อนภาษีประเภทอื่น เช่น การลดหย่อนให้ผู้มีเงินออมประเภทต่างๆ คนเหล่านี้ก็จะเก็บเงินไว้เหมือนเดิมโดยไม่นำเงินออกมาใช้จ่าย ส่วนการลดภาษีมูลค่าเพิ่มจะตรงกลุ่มมากกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลอาจตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินให้ปล่อยสินเชื่อออกสู่ระบบมากขึ้น
ที่มา:http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9510000147334

คำถามท้ายบท
1. ทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ต้องมีบทบาทอย่างไร
2. นายวิพุธ เสนอแนะรัฐบาลควรทำอย่างไร เพื่ออะไร
3. รัฐบาลชุดใหม่ต้องเผชิญปัญหาใดบ้าง

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

คลังสั่งเชือดกองทุนฟื้นฟูฯ มั่วนิ่มเพิ่มทุนไทยธนาคาร

จัดทำโดย นางสาวรัญชนก วิสุทธิกุลพันธ์
เลขทะเบียน 48210149

คลังสั่งเชือดกองทุนฟื้นฟูฯ มั่วนิ่มเพิ่มทุนไทยธนาคาร

เอาแน่ “สุชาติ” ทิ้งทวนสั่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีไทยธนาคารดำเนินการต่อ หลังคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูบกพร่อง เอื้อประโยชน์ผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะเอกชนที่ไม่ได้เพิ่มทุนด้วย ถือว่าประมาทเลินเล่อ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รักษาการ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเพิ่มทุนของธนาคารไทยธนาคาร ให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม หลังจากที่คณะกรรมการได้ส่งผลสรุปเบื้องต้นมาให้พิจารณาเมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีมูลความผิด โดยเป็นความบกพร่องของคณะกรรมการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ขณะเดียวกัน คณะกรรมการยังไม่ได้ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน เพื่อความเป็นธรรม จึงอนุมัติให้คณะกรรมการชุดเดิมสานต่อให้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งได้ลงนามขยายเพดานการถือหุ้นของต่างชาติเกิน 49% แล้ว หลังจากที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ของมาเลเซีย ได้ซื้อหุ้นไทยธนาคารจากกองทุนฟื้นฟูฯ สัดส่วน 42.13% ทั้งนี้ ประเด็นการเพิ่มทุนครั้งที่ผ่านมานั้น มีรัฐบาลและนักลงทุนต่างชาติในสัดส่วนฝ่ายละกว่า 40% นั้น ซึ่งมีผู้มองว่าเป็นการสร้างประโยชน์ให้กลุ่มผู้ที่ไม่ได้เพิ่มทุนด้วย โดยกรณีการเพิ่มทุนของกองทุนฟื้นฟูฯนั้น ถูกกล่าวว่า กองทุนฟื้นฟูฯ เข้าไปเพิ่มทุนโดยประมาท เลินเล่อ ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น คาดว่า ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ คณะกรรมการสรรหาประธานคณะกรรมการ ธปท.จะเรียกประชุมเพื่อเลือกประธานคณะกรรมการ ธปท.ได้แน่นอน รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ได้ตั้งขึ้นมาในสมัยของ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง โดยมี นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธาน และมีผลสรุปว่า คณะกรรมการกองกองทุนฟื้นฟูฯ มีความบกพร่องในการเพิ่มทุนธนาคารไทยธนาคาร โดยไม่ลดทุนก่อน ทำให้กองทุนฟื้นฟูฯ ต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบขาดทุนสะสมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า 2,200 ล้านบาท ขณะที่ผู้ที่ได้ประโยชน์ คือ ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งขณะนั้นภาคเอกชนทั่วไปถือหุ้น 34% กลุ่มนิวบริดจ์ 33% และกองทุนฟื้นฟูฯ 33% โดยภาคเอกชนที่เคยถือหุ้นในไทยธนาคาร ได้แก่ กลุ่มบริษัท คอมลิ้งก์ ต่อมาได้มีการทยอยขายหุ้นออกไป ทั้งนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท.และ อดีต รมว.คลัง เคยเป็นผู้ถือหุ้นกลุ่มบริษัท คอมลิ้งก์
ที่มา http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9510000147085

คำถาม
1.นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รักษาการ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีใด
2.คณะกรรมการสรรหาประธานคณะกรรมการ ธปท.จะเรียกประชุมเพื่ออะไร
3.คณะกรรมการกองกองทุนฟื้นฟูฯ มีความบกพร่องในการเพิ่มทุนธนาคารไทยธนาคาร โดยไม่ลดทุนก่อน ทำให้กองทุนฟื้นฟูฯ ต้อง
ทำอย่างไร

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

แบงก์ชาติยันบาทอ่อนตามภูมิภาค โยนการเมืองฉุดไม่เกี่ยวลดดอกเบี้ย

จัดทำโดย นาย อภินันท์ อยู่เย็น
48210144

แบงก์ชาติยันบาทอ่อนตามภูมิภาค โยนการเมืองฉุดไม่เกี่ยวลดดอกเบี้ย
ธปท.เผยเงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางเงินทุนไหลออก ระบุไม่น่าห่วงยังเป็น โต้ไม่เกี่ยวนักลงทุนลงทุนต่างชาติกังวลที่กนง.ลดถึง 1% ดอกเบี้ยนโยบายเพราะรัฐบาลไทยห่วงเศรษฐกิจไทยจะย้ำแย่ ขณะที่นักบริหารเงินธนาคารพาณิชย์สั่งจับตาปัญหาการเมืองไทยหวั่นเกิดความรุนแรงส่งผลให้บาทอ่อนค่าทะลุ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การเคลื่อนไหวเงินบาทที่ค่อนข้างจะอ่อนค่าเมื่อวานนี้(4 ธ.ค.) เป็นไปตามทิศทางเงินทุนไหลออกจากตลาดการเงินตามปกติเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด และเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการนักลงทุนต่างชาติมองว่าเศรษฐกิจไทยจะย้ำแย่จนทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ต้องตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน(อัตราดอกเบี้ยนโยบาย)ลง 1% จากระดับ 3.75% มาอยู่ที่ระดับ 2.75% เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ น.ส.ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยแรงๆ ถึง 1% กนง.ได้มีการประเมินแล้วว่าจะไม่กระทบต่อภาคการเงินทั้งเงินทุนเคลื่อนย้ายจากการที่เงินทุนไหลออกจากประเทศ รวมถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างของไทยกับต่างประเทศ ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะมีการประชุมในช่วงกลางเดือนธ.ค.นี้และหลายฝ่ายมองว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยห่างออกไปอีก ด้านนักบริหารเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อวานนี้เปิดตลาดที่ระดับ 35.56-35.59 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยในระหว่างวันค่าเงินบาทแข็งค่าสุดที่ระดับ 35.57 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และเงินบาทค่อยๆ ปรับอ่อนค่าเรื่อยๆ ซึ่งอ่อนค่าสุดที่ระดับ 35.77 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และท้ายสุดปิดตลาดที่ระดับ 35.73-35.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้ซึมซับข่าวดีที่กนง.ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 1% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แล้ว แต่โดยรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่สดใสนัก เนื่องจากตลาดยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์การเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่จะมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ หากต่างฝ่ายต่างมีเงื่อนไขทางการเมือง "ต้องจับตาค่าเงินบาทว่าจะได้รับผลจากสถานการณ์การเมืองอย่างไรบ้างไม่ว่าจะเป็นช่วงหลังจากวันที่ 5 ธ.ค.นี้ไปแล้ว เพราะอาจจะมีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปช.) ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ และจะมีการเลือกนายกฯ วันที่ 8 ธ.ค. ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงก็มีโอกาสให้เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้"นักบริหารเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าว สำหรับค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์หน้าคาดว่า เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 35.50-35.80 บาทต่อดอลลาร์ ในกรณีที่เหตุการณ์ปกติไม่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่รุนแรงนัก

ที่มา http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9510000143827
คำถาม
1.ธปท.เผยเงินบาทอ่อนค่าไม่เกี่ยวกับนักลงทุนต่างชาติเพราะอะไร
2. ด้านนักบริหารเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
3.ทำไมเศรษฐกิจไทยยังดูไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร
เขียนโดย utccbx007g1